แต้มแรกของทัพช้างศึก “ทีมชาติไทย” …เมื่อกล้าเปลี่ยนก็แตกต่าง

 

thailand-australia-wcq-2018_8c6hri3bmgkc1pk6b2b9he825

 

ในที่สุดทัพช้างศึก “ทีมชาติไทย” ก็ได้แต้มแรก ประจำทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย มาครองได้สำเร็จ หลังจากเปิดสนามราชมังคลากีฬาสถานเสมอกับออสเตรเลียไปสุดมันส์ 2-2 เมื่อคืนวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เหนือสิ่งอื่นใดต้องยกเครดิตให้นักเตะและแท็คติกของโค้ชที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ รวมไปถึงบรรดาแฟนคลับกองเชียร์ชาวไทยที่ไม่ว่าจะเป็นแฟนพันธุ์แท้หรือขาจรก็ตามที่ร่วมใจกันเชียร์ทัพช้างศึกไทยจนทำผลงานได้ออกมาดีอย่างยิงในครั้งนี้ ซึ่งเกมนัดนี้บอกอะไรแก่เราบ้างหากมองในมุมของการทำทีมครั้งนี้ สาเหตุที่เราทำผลงานดีขึ้นมาได้คงไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มันเกิดขึ้นจากความพยายามและการทำงานอย่างหนัก เหนือสิ่งอื่นใดคือการที่เรา “กล้าเปลี่ยนแปลง” มันนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ต่างออกไปในครั้งนี้

 

อย่างแรกเลยคือการที่โปรแกรมลีกในประเทศปิดฤดูกาลก่อนกำหนด มันทำให้นักเตะเราได้มีเวลาเก็บซ้อมฝึกตัวมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งครั้งนี้ทัพช้างศึกทีมชาติไทยเข้าแคมป์ฝึกซ้อมกันนานถึง 16 วัน ในการเก็บตัวนานๆแบบนี้ ทำให้โค้ชได้มีเวลาปรับเปลี่ยนและฝึกซ้อมแท็คติกที่จะนำมาใช้ ทำให้นักเตะเล่นได้เข้าขาและเข้าใจกันมากขึ้น ไม่ใช่ส่งบอลสะเปะสะปะไปมาแบบนัดก่อนๆซึ่งเหมือนกับว่าครั้งอื่นๆนั้นเราไม่ได้ซ้อมกันมา การเข้าแคมป์นานๆในการเก็บตัว ทำให้โค้ชได้มีเวลาใส่ใจกับเรื่องความฟิตของนักเตะมากขึน แทนที่จะเน้นแต่แท็คติกอย่างเดียว การเน้นสมรรถภาพร่างกาย ความฟิต ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน มันทำให้นักเตะเราไล่หวด ไล่เพรสซิ่งนักเตะออสเตรเลียกันจนหอบแฮกๆกันเลยทีเดียว นี่คือความได้เปรียบของเรา การคุ้นชินกับสภาพอากาศแบบร้อนชื้นแบบนี้ เราต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากจุดนี้ให้ดี

 

ที่สำคัญที่สุดในการเสมอกับออสเตรเลีย (แบบสมควรชนะด้วยซ้ำ) ในครั้งนี้ คือการที่โค้ชอย่างซิโก้ “กล้าเปลี่ยนแปลง” แท็กติคการเล่นให้ต่างจากนัดก่อนๆ กล้าที่จะดร็อปผู้เล่นอย่างเกริกฤทธิ์หรือมงคลที่เล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อสามสี่นัดที่ผ่านมา การกระทำครั้งนี้ถือเป็นหมากสำคัญที่สุด การมีสิโรจน์ลงมาช่วยธีรศิลป์ในแดนหน้า มันทำให้เจ้ามุ้ยมีโอกาสในการสลัดหนีตัวประกบมากขึ้น การมีสิโรจน์มันทำให้เราเก็บบอลในแดนหน้าได้มากขึ้น และเรียกฟาวล์ให้ทีมได้มากอีกด้วย การที่ซิโก้ไม่พยายามต่อต้านเสียงวิจารณ์เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา และเลือกที่จะปรับเปลี่ยนแท็กติคบางอย่างตามคำแนะนำในเรื่องการจัดตัวผู้เล่น มันทำให้เราเห็นแล้วว่าบางทีการกล้าเปลี่ยนแปลงก็จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ต่างออกไปได้ สุดท้ายที่ต้องชื่นชมคือหัวจิตหัวใจของนักเตะทุกคนที่วิ่งสู้ฟัดกันจนตะคริวกินกันทุกรายว่า พวกเขาสู้ได้ “สมศักดิ์ศรี” จริงๆ

ใส่ความเห็น