ขึ้นนำก่อนแต่จบด้วยความพ่ายแพ้! แมนฯซิตี้กับสถิติ 7 ปีที่รักษาไว้ถูกทำลายโดย “เชลซี”

MANCHESTER, ENGLAND - DECEMBER 03: Gary Cahill of Chelsea and Kelechi Iheanacho of Manchester City square off while other players try to separate them during the Premier League match between Manchester City and Chelsea at Etihad Stadium on December 3, 2016 in Manchester, England. (Photo by Laurence Griffiths/Getty Images)

 

ความพ่ายแพ้ของทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนนี้ (3 ธันวาคม) ต่อสิงห์บลู “เชลซี” นอกจากจะทำให้แต้มของทั้งสองทีมห่างกันออกไปอีกเป็น 4 แต้มแล้ว นี่ยังถือเป็นเกมแรกในรอบ 7 ปี ของทัพเรือใบสีฟ้า ที่ลงเล่นในบ้านโดยการขึ้นนำคู่แข่งก่อน แต่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ กล่าวง่ายๆคือ ตลอดระยะเวลา 7 ปีมานี้ หากแมนฯซิตี้ ลงเล่นในเกมเหย้า และหากพวกเขาได้ประตูขึ้นนำคู่แข่งก่อนเมื่อไหร่เกมนั้นพวกเขาจะไม่จบลงด้วยความพ่ายแพ้ ทว่าสุดท้ายสถิตินี้ที่รักษาไว้มาได้อย่างยาวนาน ก็ต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของผู้ชายที่ชื่อ “อันโตนิโอ คอนเต้”

 

หลังจากจบเกมในครึ่งแรกที่แมนฯซิตี้ออกนำเชลซีไปก่อน 1-0 คงไม่มีใครคาดคิดว่าเชลซีจะกลับมาได้ เพราะรูปเกมในช่วงเริ่มแรกนั้นสู้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แผงหลังสามคนของเชลซีต้องปั่นป่วน เพราะโดนทั้งซิลบา, นาบาส และอเกวโร่ เล่นงานซะจนน่วม พอลงมาในครึ่งหลังแค่จะตามตีเสมอให้ได้ก็ต้องถือว่ายากแล้ว คอนเต้ยังคงใช้ความพยายามอย่างมากด้วยการไม่ยอมเปิดแลก เขาสั่งให้ลูกทีมเล่นเกมรับและอดทนรอ และอาศัยทีเด็ดในจังหวะสวนกลับเพื่อเข้าทำประตู จากความผิดพลาดกันเองของผู้เล่นแมนฯซิตี้ที่ชะล่าใจไปหน่อย พอเปิดเกมบุกมากๆก็พลาดจนได้ แท็คติคเดิมๆที่คอนเต้เคยใช้สำเร็จมาหลายนัดแล้ว เกมสวนกลับที่เล่นกันแค่สามสี่จังหวะและจบลงด้วยสกอร์

 

จากลูกตีเสมอมาถึงลูก 1-2 และลูกสุดท้าย 1-3 ทั้งหมดล้วนมาจากจังหวะสวนกลับที่เล่นกันแค่ไม่กี่จังหวะเท่านั้น เล่นเอาโจเซป กวาดิโอลาร์ กุนซือใหญ่ของแมนฯซิตี้ หน้าแหกคาบ้าน เพราะไม่มีใครเชื่อว่าสกอร์จะห่างถึงสองลูก ลูกทีมของคอนเต้แสดงให้เห็นถึงความเข้าขากันในทีม ทำให้แฟนบอลเห็นแล้วว่าฤดูกาลนี้พวกเขาพร้อมจะกลับมาผงาดอีกครั้ง ต้องชื่อชมทั้งเฮดโค้ชและนักเตะ ที่ต่างเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี นั่นทำให้สถิติที่ยังไม่แพ้ใครในลีกของเชลซีขยายออกไปอีกเป็นเกมนัดที่ 8 ติดต่อกันเข้าไปแล้ว บางทีฤดูกาลนี้ นับจากนี้เป็นต้นไป เชลซีอาจไม่แพ้ใครอีกเลยก็เป็นได้

ใส่ความเห็น