เปิดฉากนัดชิงชนะเลิศ ซูซูกิ คัพ นัดแรก…ปูทางสู่เบอร์ 1 อาเซียน

jkopjp

 

เย็นวันนี้แล้วที่จะได้รู้กันสักที ว่ามาตรฐานของทัพช้างศึก “ทีมชาติไทย” สามารถก้าวข้ามระดับอาเซียนไปได้หรือยัง ซึ่งนั่นก็คือการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก ที่ทีมชาติไทย จะออกไปเยือนทัพอิเหนา “อินโดนีเซีย” จริงอยู่ที่เกมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะเตะกันแบบเหย้า-เยือน สองนัด และรวมผลประตูรวมเพื่อหาผู้ชนะ แต่ว่าการออกไปเยือนอินโดนีเซียเย็นนี้ (14 ธันวาคม) แฟนบอลชาวไทยต่างก็ต้องการให้ทีมรักได้รับชัยชนะกลับมา ซึ่งหลายคนคิดว่ามาตรฐานของเราได้ก้าวข้ามผ่านไปสู่ระดับเอเชียแล้ว รวมทั้งเราเองก็มักจะย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าระดับบอลของเรากับเขานั้นต่างกันคนละชั้น ดังนั้นต้องไม่มีคำว่าแพ้หรือเสมอในเกมนี้ และต้องชนะกลับมาสถานเดียวเท่านั้น และนั่นจึงกลายเป็นแรงกดดันต่อทัพนักเตะอย่างยิ่ง

 

แฟนบอลหลายคนที่จำได้ จะรู้ว่าไทยกับอินโดนีเซียนั้นเป็นไม้เบื่อไม้มาในอาเซียนกันมานาน ถ้าพูดถึงฟุตบอลแล้วไทยกับอินโดนีเซีย พอฟัดพอเหวี่ยงกันมาตลอดหลายทศวรรษก่อนหน้านี้ แต่หลังจากที่ทีมชาติเราก้าวไปถึงรอบ 12 ทีมสุดท้ายของศึกคัดฟุตบอลโลก บวกกับลีกในประเทศเราที่พัฒนาขึ้น ก็ทำให้ทีมชาติของเราพัฒนานำหน้าเขาไปในระดับหนึ่งแล้ว เป็นเหมือนสิ่งตอกย้ำว่ายิ่งเราพัฒนามาได้ไกลระดับนี้ เรายิ่งต้องสมควรแสดงความเป็นเบอร์ 1 ของภูมิภาคอาเซียนออกมาให้ชัดแจ้งที่สุด เพื่อประกาศความน่าเกรงขามว่าเราคือจ้าวอย่างแท้จริง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าความคาดหวังครั้งนี้ของแฟนบอลจะต้องผิดหวังหรือไม่ เพราะเราเองก็จะประมาทศักยภาพของพวกเขาไม่ได้เช่นกัน

 

โดยเกมเย็นวันนี้จะเตะกันทีสนาม ปากันซารีห์ สเตเดี้ยม ในเมืองโบกอร์ ท่ามกลางการคาดคะเนว่าจะมีแฟนบอลอิเหนาเข้าชมเกมนี้นับหลายหมื่นคน นี่ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์อันแท้จริงของทีมชาติไทย ผู้ที่บอกกับตัวเองมาตลอดว่า “ข้าคือเบอร์หนึ่งอาเซียน” เกมนี้พวกเขาจะเจอทั้งแรงกดดันของแฟนบอลเจ้าบ้านมากมายมหาศาล แรงกดดันจากความคาดหวังของแฟนบอลช้างศึกในประเทศไทย และความคาดหวังของพวกเขาเองที่ตั้งเป้าไว้สูง มาจนถึงรอบนี้แล้ว ถ้าหากจะพลาดแล้วตกลงมาเจ็บก็ต้องยอมสู้จนตายในสนามรบ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะคว้าแชมป์หรือไม่ สุดทายแล้วมันอยู่ที่ความทุ่มเท ถ้าหากคุณสู้อย่างเต็มที่ เล่นอย่างเต็มที่ ต่อให้แพ้ แฟนบอลก็ยังรอรับคุณกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ เพราะในสนามรบคู่ต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช่คู่แข่ง แต่เป็นตัวเราเองต่างหาก

ใส่ความเห็น