บทสรุป 3 ข้อ หลังเกมช้างศึกไทยบุกพ่ายในแดนอิเหนา 2-1

15542129_1504378869591242_1425404196831289924_n

 

จบลงไปแล้วครับ สำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หรือรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ นัดแรก ซึ่งผลปรากฏว่าทัพนักเตะทีมชาติไทย บุกออกไปพ่ายให้กับอินโดนีเซียไปก่อน 2-1 ทำให้นัดที่สองในบ้านของเรานั้นทีมชาติไทยจะพลาดไม่ได้แล้ว นอกจากต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียวเท่านั้น หลังเกมนี้มีประเด็นตกค้างให้พูดถึงกันอยู่มากมายเหลือเกิน ซึ่งนี่คือบทสรุปที่เราจะได้พูดถึงกันต่อจากนี้ครับ

  1. การเปลี่ยนรูปแบบแผนการเล่น

เกมนี้โค้ชซิโก้ ปรับทัพมาใช้แผน 4-2-3-1 จากเดิมที่รอบก่อนๆทัพช้างศึกทีมชาติไทยเล่นกันได้ดีมาตลอดในระบบ 3-5-2 สาเหตุที่ต้องปรับหมากมาเล่นแผนนี้ ผมมองว่า โค้ชซิโก้ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นเพราะขาดตัวหลักในเกมรับอย่างธนบูรณ์ เกศารัตน์ ซึ่งแต่เดิมเจ้าตัวยืนเป็นสามเซ็นเตอร์แบ็คร่วมกับอดิศรณ์ พรหมรักษ์และประทุม ชูทอง การเปลี่ยนมาใช้แผนนี้ทำให้ซิโก้ต้องถอดสิโรจน์ ฉัตรทอง ออกจากการเป็น 11 ผู้เลนตัวจริง เพื่อจะเพิ่มแผงหลังให้เป็น 4 คน ทำให้ธีรศิลป์ไม่มีตัวช่วยในแดนหน้าเลย

  1. ความดื้อดึงเรื่องการจัดตัวผู้เล่น

เกมนี้เราได้เห็นผู้เล่นที่หน้าเดิมอย่างเกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์กลับมาลงสนามอีกครั้ง ทั้งๆที่ทัวร์นาเมนต์นี้ฟอร์มของเขาไม่ดีเท่าไหร่หากเทียบกับนักเตะรายอื่นๆ ไม่สามารถเก็บบอลหรือสร้างโอกาสให้กับทีมได้เลย แฟนบอลหลายคนบอกว่าซิโก้ดื้อดึงส่งเกริกฤทธิ์ลงเพราะเป็นเด็กเส้นหรือไม่ ? นั่นไม่มีใครรู้ แต่หากวัดฟอร์มกับผู้เล่นคนอื่นๆแล้ว เกมนัดชิงที่มีความสำคัญแบบนี้ควรส่งผู้เล่นที่มีประโยชน์ลงมาดีกว่า การเลือกถอดสิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ทำผลงานได้ดีมาตลอดทัวร์นาเมนต์นี้ออกส่งผลเสียหายอย่างมาก ทำให้เจ้ามุ้ยไม่มีตัวช่วยในแดนหน้า ทีมเราเก็บบอลไม่ได้ เรียกฟาล์วก็ไม่ได้ โยนเข้าไปก็ไม่ได้ลุ้นเพราะไม่มีผู้เล่นอย่างสิโรจน์

  1. ความประมาทนำไปสู่หนทางแห่งความล้มเหลว

นักต่อนักที่เรามักเห็นทีมระดับบิ๊กๆแพ้ทีมระดับต่ำกว่า แต่ผมไม่ได้จะบอกว่าอินโดนีเซียอยู่ต่ำกว่าเรานะครับ เพราะสุดท้ายแล้วมันเป็นความคิดของเราเพียงฝ่ายเดียว ที่เชื่อมาตลอดว่าคลาสบอลของเขากับเรามันต่างกัน พอได้ประตูนำก็ดูเหมือนจะผ่อนๆเกมและชะล่าใจ การเข้าทำมีโอกาสก็มากมายเราเองก็ไม่เด็ดขาดพอที่จะบวกสกอร์เพิ่มได้ แถมพอโดนประตูตีเสมอ ก็ยังจะเอาแต่เล่นแบบเดิมไม่เปลี่ยนผู้เล่น ไม่เปลี่ยนแท็คติก เหมือนพอใจในผลแค่นั้น จนสุดท้ายวันนี้เราจึงได้เห็นแล้วว่าเวลาความประมาทที่เราเผลอออกมาจนสายไปแล้ว มันเจ็บหนักขนาดไหน

ใส่ความเห็น